สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงติดตามความคืบหน้าโครงการมูลนิธิภูบดินทร์ ณ บ้านสาละวะและบ้านไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ.2565

     มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นไปตามพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงริเริ่มและพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานกรรมการ
     เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน  ๒๕๖๕  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงติดตามความคืบหน้าโครงการมูลนิธิภูบดินทร์ ณ บ้านสาละวะและบ้านไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ทรงติดตามกิจกรรมการพัฒนาสร้างรายได้ของ ๒ หมู่บ้าน
     กลุ่มทอผ้าบ้านสาละวะ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพัฒนาชุมชนจังหวัด  โดยมีสมาชิกทอผ้าบ้านสาละวะ มี ๑๗ คน ได้รับการอบรมทอผ้ากระเหรี่ยงให้มีลวดลายสวยงามและการย้อมผ้า เพื่อให้ได้สีเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าต่าง ๆ

      กลุ่มครัวเรือนขาดแคลน บ้านสาละวะ มีครัวเรือนขาดแคลน จำนวน ๑๒ ครัวเรือน ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้แล้วเสร็จ รวมทั้งมีการแก้ปัญหาครัวเรือนขาดแคลนด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การลดรายจ่ายภายในครัวเรือน และการสร้างรายได้โดยเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการพัฒนาชุมชนฯ ได้แก่ การปลูกผักแปลงรวม การเก็บเมล็ดกาแฟ นอกจากนี้ ทรงห่วงใยสุขภาพของสมาชิกในสถานการณ์โควิด19 ได้พระราชทานแอลกอฮอลล์ ชุดตรวจโควิด และหน้ากากอนามัย

โครงการมูลนิธิภูบดินทร์ ณ บ้านสาละวะและบ้านไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
โครงการมูลนิธิภูบดินทร์ ณ บ้านสาละวะและบ้านไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

     แปลงปลูกไม้ยืนต้น อโวคาโด ในแปลงที่มีชุมชนร่วมกับชุมชน และโครงการพัฒนาที่สูงของกรมอุทยาน ในพื้นที่ชุมชนสามารถปลูกต้นอโวคาโด ได้ ๔ สายพันธุ์ พื้นที่ ๘ ไร่ สมาชิกรวม ๕ ครอบครัว คาดว่า ๔ ปี จะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ ในโอกาสนี้ ทรงร่วมปลูกต้นอโวคาโด และทรงรับสั่งให้ร่วมกันปลูกไม้ยืนต้น เช่น อะโวคาโด้ ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น ต้องช่วยกันปลูกและช่วยกันดูแล และเมื่อได้ผลผลิตแล้วนำไปจำหน่ายก็จะมีการแบ่งปันรายได้กัน

     แปลง ป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ซึ่งมีชาวบ้านได้คืนพื้นที่ให้กับโครงการพัฒนาชุมชน จำนวน ๖ แปลง (บ้านสาละวะ มี ๒ แปลง และบ้านไล่โว่ มี ๔ แปลง) ซึ่งชุมชนจะได้รับประโยชน์จากป่าและส่งเสริมให้ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ในโอกาสนี้ ทรงปลูกต้นยางนา ในแปลงนาของชุมชนด้วย

โครงการมูลนิธิภูบดินทร์ ณ บ้านสาละวะและบ้านไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

     กลุ่มทอผ้าบ้านไล่โว่ ทอดพระเนตรการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ และข้อมูลแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่วิทยากรจากพิพิธภัณฑ์ผ้านำมาให้ความรู้กลุ่มทอผ้า ได้แก่ ย่าม หูหิ้วแก้วน้ำ กระเป๋าแบบต่างๆ ทรงรับสั่งเพิ่มเติมว่า สิ่งใดที่สามารถทำเองได้ในชุมชนก็ให้ส่งเสริมดำเนินการ และสิ่งใดที่ไม่สามารถดำเนินการเองได้ก็อาจส่งไปภายนอก และทรงยกตัวอย่าง อาจส่งไปให้เรือนจำในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ฯ และเรือนจำในโครงการกำลังใจฯ มาช่วยดำเนินการ และเป็นการดำเนินการร่วมกันกับมูลนิธิภูบดินทร์ ฯ / มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ / กองทุนกำลังใจฯ เช่น เรือนจำกลางราชบุรี เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่โครงการ เป็นต้น

ทรงเยี่ยมนักเรียนโรงเรียนกองม่องทะ สาขาไล่โว่ ทอดพระเนตรกิจกรรมของนักเรียนที่สร้างรายได้และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดังนี้
   ๑. การเก็บเมล็ดพริกไทย มีนักเรียนเข้าร่วม ๑๖ คน ได้รับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านมาบรรจุขาย และสามารถขายได้ ๒๐๐ ถุง ๆ ละ ๑๐๐ บาท เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท
   ๒. การเก็บผักกูด มีนักเรียนเข้าร่วม ๒๙ คน โดยรับซื้อผักจากชาวบ้านกำละ ๕ บาท และนำมาขายต่อกำละ ๗ บาท โดยขายได้ทั้งหมด เป็นเงิน ๙,๔๕๐ บาท
   ๓. การเก็บหน่อข่า มีนักเรียนเข้าร่วม ๒๙ คน โดยรับซื้อจากชาวบ้านหน่อละ ๑ บาท และนำมาขายต่อกำละ ๖ หน่อ กำละ ๑๐ บาท โดยขายได้ทั้งหมด ๒๒๐ กำ เป็นเงิน ๒,๒๐๐ บาท นอกจากนี้ นักเรียนในโรงเรียนบ้านไล่โว่ ซึ่งมีความสามารถด้านศิลปะ ได้มีการเพ้นท์กระถางต้นไม้ และเพ้นท์กระเป๋า เพื่อจำหน่ายและสร้างรายได้

     ทรงเยี่ยมกลุ่มครัวเรือนขาดแคลนบ้านสาละวะ มีจำนวน ๑๒ ครัวเรือน ซึ่งได้มีการซ่อมแซมบ้านเรือนให้แล้วเสร็จเรียบร้อย ในการนี้ พระราชทานแอลกอฮอลล์ ชุดตรวจโควิด และหน้ากากอนามัย  และทรงซักถามถึงสุขภาพความเป็นอยู่ รวมทั้งทรงสอบถามว่าครัวเรือนใดที่สนใจปลูกผักในโรงเรือน และต้องการให้ช่วยสิ่งใด

     การขยายโรงเรือนปลูกผักใหม่ เพื่อรองรับครัวเรือนขาดแคลน โดยใช้แรงงานในชุมชนเพื่อเป็นการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มครัวเรือนขาดแคลนบ้านไล่โว่ ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือนเพื่อเป็นการสร้างรายได้ ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ ฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้สมาชิกในกลุ่มสนใจที่จะขยายโรงเรือนเพิ่มขึ้นจากเดิม บางครัวเรือนที่เคยทำร่วมกัน ก็ขอแยกเป็นคนละโรงเรือน หรือบางครัวเรือนก็ขยายเป็น 3 โรงเรือน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละครัวเรือน

ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรมอื่นๆ