พระมหากรุณาธิคุณด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระหว่างการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)

Thursday 9 July 2020

       เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำ นายแพทย์สุขุม  กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย จำนวน ๑๓ คัน เพื่อกระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์ ณ สำนักงานเขตสุขภาพ ที่ ๑ – ๑๒ ทั่วประเทศ และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่กระทรวงสาธารณสุขดูแลรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด ๑๙ เชิงรุก ในโรงเรียน วัด ชุมชนแออัด และกลุ่มอาชีพเสี่ยงทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

พระมหากรุณาธิคุณด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระหว่างการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
พระมหากรุณาธิคุณด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระหว่างการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสชมเชย และพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทเสียสละ ตลอดจนประชาชนชาวไทยที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในประเทศไทยคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดังความตอนหนึ่งว่า “…ก็ขอเป็นกำลังใจ และก็ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ที่ได้ทำงานมา และก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อย่างเดียว ประชาชนร่วมมือ คนมีทัศนคติที่ดี. นี่คือนิสัยของคนไทย มีน้ำใจ มีความนุ่มนวล มีคุณธรรม. ช่วยกันไป อะไรหนัก ๆ ก็เบาลง. ตอนนี้ก็ภูมิใจที่บ้านเราก็ได้รับการชมเชย และบ้านเราก็ไม่ด้อยกว่าใคร.”

นับตั้งแต่แรกเริ่มที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีความสุข ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพ พลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างใกล้ชิด และได้พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประกอบด้วยห้องตรวจเชื้อ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดออกซิเจน หน้ากากอนามัย หมวก Face Shield ชุดป้องกันการติดเชื้อโรค ฯลฯ เพื่อให้พร้อมรับมือกับโรคโควิด-19 อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย และเป็นประโยชน์ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน
นับตั้งแต่แรกเริ่มที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีความสุข ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพ พลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างใกล้ชิด และได้พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประกอบด้วยห้องตรวจเชื้อ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดออกซิเจน หน้ากากอนามัย หมวก Face Shield ชุดป้องกันการติดเชื้อโรค ฯลฯ เพื่อให้พร้อมรับมือกับโรคโควิด-19 อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย และเป็นประโยชน์ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน

       นับตั้งแต่แรกเริ่มที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ในประเทศไทย ซึ่งได้ส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการดำเนินชีวิตของประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีความสุข ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพ พลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประกอบด้วยห้องตรวจเชื้อ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดออกซิเจน หน้ากากอนามัย หมวก Face Shield ชุดป้องกันการติดเชื้อโรค ฯลฯ เพื่อให้พร้อมรับมือกับโรคโควิด-19 อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย และเป็นประโยชน์ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน

        ทั้งนี้ ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญ ที่จะต้องดูแลประชาชนให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน อันเป็นหน้าที่ที่ประชาชนชาวไทย ทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติ จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

News and ActivitiesOther