พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง

Sunday 29 November 2020

        วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
        ในโอกาสนี้ ทรงปลูกต้นพะยอม ต้นไม้ประจำจังหวัดพัทลุง ไว้เป็นที่ระลึก
        เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๓  ชาวพัทลุงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างศาลหลักเมืองพัทลุงขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี ณ บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทำเลเหมาะสม อยู่บริเวณเนินสูง สวยงาม เส้นทางคมนาคมสะดวก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต 
        ศาลหลักเมืองมีความสำคัญตามประเพณีโบราณ  นิยมสร้างหลักเมืองไว้เป็นมิ่งขวัญ  เป็นนิมิตมงคล สำหรับให้รู้ว่าหลักบ้าน  หลักเมืองอยู่ที่ไหน  ประชาชนบ้านเมืองนั้นย่อมร่มเย็นเป็นสุข  เพราะมีเทพรักษาเมือง ได้แก่ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เทวดา และเทพารักษ์ ทั้งหลาย  หลักเมืองต้องฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือให้ทำเลที่ชัยภูมิตามทิศทางของเมืองและในสมัยโบราณ เมืองเอกหรือเมืองชั้นราชธานีจะต้องมีหลักเมืองไว้เป็นนิมิตมงคลสำหรับเมืองทุกเมือง

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ บริเวณถนนหน้าศาลหลักเมืองพัทลุง ซึ่งมีพระสงฆ์ และราษฎรจากอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง และจากพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง โดยต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินผ่าน ราษฎรต่างพร้อมใจเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ถวายพระพรอย่างกึกก้อง และโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย วปร. และธงพระนามาภิไธย สท. รวมถึงเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมฉายาลักษณ์ที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มาชูขึ้นเหนือศีรษะ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนต่อสถานบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งนำสิ่งของที่ตั้งใจประดิษฐ์มาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย กับทั้งยังได้ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงแย้มพระสรวล โบกพระหัตถ์ ทรงพระอักษรพระราชทานลายพระราชหัตถ์บนพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อราษฎรนำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว กับมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด ตลอดเส้นทางกว่าหนึ่งกิโลเมตรที่ราษฎรมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานตรัง ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ บริเวณลานจอดเครื่องบินพระที่นั่ง สมควรแก่เวลา จึงประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อเวลา ๒๒.๕๙ น.

        ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กองแพทย์หลวงร่วมกับโรงพยาบาลพัทลุง  โรงพยาบาลควนขนุน และหน่วยแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง มาบริการให้การดูแลราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ  รวมทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย พระราชทานเลี้ยงแก่ราษฎร เพื่อให้ราษฎรได้รับประทานอิ่มท้อง เพราะต่างตั้งใจที่มาจองพื้นที่ตั้งแต่เที่ยง เพื่อรอชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น