วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567

 

ข่าวในพระราชสำนัก

พระบรมมหาราชวัง

วันเสาร์ ที่  ๒๔  กุมภาพันธ์  พุทธศักราช  ๒๕๖๗

 

วันนี้ เวลา  ๑๖.๔๕  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธี
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๗ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนรุ่ง ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร  ต่อจากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชา
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์  และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย  ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา
ทรงกราบ  จากนั้น พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเทียนชนวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้า
แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุด  ให้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปถวายเจ้าอาวาส
พระอารามหลวง จุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน ๕ พระอาราม พระสงฆ์ ๓๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว  ทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา และทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานให้เจ้าพนักงาน
พระราชพิธีเชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล  พระเทพวัชรเมธี  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายศีล
และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “ขันตยาทิกถา” จบแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์  และทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงกราบ
ที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ  ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เวลา  ๑๗.๕๙  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และคณะบุคคล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้

– นายฟาน จี๊ ทัญ (Mr. Phan Chi Thanh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่

ในโอกาสนี้ นางฟาน ถิ เหี่ยน อัญ (Mrs. Phan Thi Hien Anh) ภริยาเอกอัครราชทูต ฯ
ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย     เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้

– นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำ
นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี คนที่ ๑๙ และขอพรดุอาในนามของพสกนิกรชาวไทยมุสลิม ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

 

/ในโอกาสนี้ …

 

 

– ๒ –

 

ในโอกาสนี้ ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม
ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

จุฬาราชมนตรี  เป็นตำแหน่งผู้นำศาสนาอิสลามที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมแต่งตั้ง มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีหน้าที่จัดระบบการค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนจัดเก็บภาษีอากร  รวมทั้งดูแลกิจการศาสนาอิสลามและผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามที่อยู่ในกรุงศรีอยุธยา
และหัวเมืองต่าง ๆ   ต่อมา มีการบัญญัติกฎหมาย เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พุทธศักราช ๒๔๘๘” และรวมถึง “พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรอิสลาม พุทธศักราช ๒๕๔๐” กำหนดให้มีตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน   โดยเป็นตำแหน่งผู้นำกิจการศาสนาอิสลาม
ในประเทศไทย ที่มาจากการสรรหาและผ่านการเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศ
โดยมีการครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อถึงแก่อนิจกรรม

สืบเนื่องจาก นายอาศิส  พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คนที่ ๑๘ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่
๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๖  เป็นเหตุให้ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีว่างลง  กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม
ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พุทธศักราช ๒๕๔๐  มีหน้าที่สรรหาจุฬาราชมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลง  ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้จัดประชุมกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ทั่วประเทศ ๔๐ จังหวัด เพื่อสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖  และที่ประชุมกรรมการอิสลามประจำจังหวัดลงคะแนนให้ความเห็นชอบให้ นายอรุณ
บุญชม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการ

อิสลามประจำกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี และได้มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอรุณ  บุญชม เป็นจุฬาราชมนตรี คนที่ ๑๙  เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

ต่อจากนั้น  พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้

– นางเอกสิริ  ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำ ข้าราชการพลเรือนสามัญ
ประเภทบริหารระดับสูง สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา
ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ และในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ดังนี้

๑. นายศรัณย์  เจริญสุวรรณ  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำ สาธารณรัฐฝรั่งเศส  นายศรัณย์  เจริญสุวรรณ เคยดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มาก่อน

๒. นายสุวัฒน์  แก้วสุข  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเช็ก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำ สาธารณรัฐเช็ก  นายสุวัฒน์  แก้วสุข  เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำ
รัฐสุลต่านโอมาน มาก่อน

 

/๓. นางอุรีรัชต์ …

 

 

 

– ๓ –

 

๓. นางอุรีรัชต์  เจริญโต  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสิงคโปร์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำ สาธารณรัฐสิงคโปร์  นางอุรีรัชต์  เจริญโต  เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ มาก่อน

๔. นายวิชชุ  เวชชาชีวะ  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำญี่ปุ่น เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำญี่ปุ่น
นายวิชชุ  เวชชาชีวะ  เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเกาหลี มาก่อน

๕. นายพุทธพร  อิ้วตกส้าน  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐอิตาลี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำ สาธารณรัฐอิตาลี  นายพุทธพร  อิ้วตกส้าน  เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม
ประจำสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ มาก่อน

๖. นายอสิ  ม้ามณี  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ นายอสิ  ม้ามณี  เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมยุโรป มาก่อน

๗. ร้อยโท พรหเมศ  พหลพลพยุหเสนา  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำฮังการี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำฮังการี ร้อยโท พรหเมศ  พหลพลพยุหเสนา  เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
มาก่อน

๘. นายอธิปัตย์  โรจนไพบูลย์  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต  นายอธิปัตย์  โรจนไพบูลย์  เคยดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลใหญ่ไทย
ประจำแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาก่อน

๙. นายสุวพงศ์  ศิริสรณ์  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำเนปาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำเนปาล นายสุวพงศ์  ศิริสรณ์  เคยดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลใหญ่ไทยประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มาก่อน

 

/๑๐. นางสาวมรกต …

– ๔ –

 

๑๐. นางสาวมรกต  เจนมธุกร  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเคนยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเคนยา นางสาวมรกต  เจนมธุกร  เคยดำรงตำแหน่งเป็นอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตไทย
ประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มาก่อน

๑๑. นายไพฑูรย์  มหาพัณณาภรณ์  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐ
สังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา นายไพฑูรย์  มหาพัณณาภรณ์  เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดี
กรมอาเซียน มาก่อน

๑๒. นางสาวอุศณา  พีรานนท์  เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ
ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา นางสาวอุศณา  พีรานนท์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมอาเซียน มาก่อน
ในโอกาสนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเอกสิริ  ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวง
การต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

ในวันเดียวกันนี้ เวลา  ๑๕.๐๐  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์  มาประณีต องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม